![]() |
| คุยกับวัยรุ่น..ไม่วุ่นอย่างที่คิด |
เป็นเหตุเป็นผล เพื่อไห้ทราบสาเหตุที่แท้จริงที่ลูกไม่อยากไปโรงเรียน โดยอาจขอความร่วมมือจากครูที่ปรึกษาอีกทางหนึ่ง
2.สอนให้น้อยฟังให้มาก การพูดคุยกันอย่างเปิดเผยจะทำไห้พ่อแม่เข้าใจและเข้าถึงโลกของวัยรุ่นได้และทุกครั้งที่คุยกับลูก ให้ทิ้งประเด้นไว้เสมอว่า "ถ้าลูกมีปัญหาอะไรบอกพ่อแม้ใด่น่ะ"และเมื่อลูกบอกควรจะฟังให้้มากๆแล้วสอนไห้น้อยลงและฝึกให้ลูกใช้ความคิดกับตัวเองไห้มากขึ้น จะเป็นสิ่งที่ดีกว่าและยั่งยืนกว่าสำหรับเด็กสมัยนี้
3.ท่าทีของพ่อแม่ ควรมีท่าทีที่ตั้งใจฟังและสดงออกถึงความปราถนาดีต่อลูกยอมรับในความคิดเห็นที่แตกต่างแทนการปฏิเสธที่มีเหตุผลของลูก ในขณะเดียวกันหากเห็นว่าลูกยังคิดไม่รอบคอบ หรือคิดต่างไปก็ควรแสดงเหตุผลมุมมองที่แตกต่างนั้น
4.ชื่นชมชื่นใจ เด็กวัยนี้ต้องการความเชื่อถือจากพ่อแม่ สิ่งที่น่าจะไห้กับลูกคือคำพูดหรือท่าทีแสดงไห้รู้ว่า "ลูกคือคนที่พ่อแม่เชื่อใจ ถึงเวลาแล้วลูกจะมีความรับผิดชอบเองได้"โดยอาจเริ่มจากคำชมเล็กๆน้อยๆและสอนให้ลูกรู้จักความภาคภูมิใจในความดีของตนเองด้วยต่อไปลูกจะเรียนรู้ที่จะเห็นคุนค่าของตนเอง
5.เลี่ยงคำว่า"ทำไม"ไม่ควรตั้งคำถามที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า"ทำไม"เพราะลูกจำพยายามหาเหตุผลที่เข้าข้างตนเองเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่เค้าคิดนั้นถูกต้องแล้ว ซึ่งเท่ากับเป็นการสอนให้เถียงแบบค้างๆคูๆแต่ควรเปลี่ยนคำภามเป็นคำถามปลายเปิดว่า"อะไร"หรือ"อย่างไร"จะช่วยกระตุ้นการเปลี่ยนมุมมองขของลูกได้ดีกว่าส่งเสริมการแก้ใขปรับปรุงได้มากกว่า เช่น พอจะบอกได้ไหมว่าลูกทำแบบนั้นเพราะอะรัย เกิดอะไรขึ้นไหนลองเล่าให้พ่อแม่ฟังหน่อยสิ..
6.ติเพื่อก่อ อย่าด่วนตำหนิ ก่อนที่ลูกจะพูดจบควรให้โอกาสลูกใด้อธิบาย ซึ่งหากทำผิดจริงก็ควรจะตำหนิที่พฤติกรรมดีกว่าตำหนิที่ตัวตนว่า ลูกเป็นเด็กไม่ดี และไม่ควรพูดอบรมสั่งสอนมากเกินไป เพราะไม่เพียงแต่เป็นการทำลายความสำพันธ์ระหว่างกัน แต่การพูดคุยในลักษณะนี้ซ้ำๆเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดช่องว่างระหว่างวัยมากขึ้น


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น