.......มือที่สาม......
กระแสของละครบ้านเราตอนนี้โดยเฉพาะเรื่องราวของการที่ผู้ชายมีภรรยาหลายคน หรือเรื่องราวของดาราอีกหลายคู่ที่เตียงหัก หรือมีการแย่งชิงคู่รักกันเพื่อเอามาครอบครองเป็นของตัวเอง เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่ฮ็อตฮิตสำหรับสังคมไทยในช่วงหลังๆ มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นมือที่สาม มือที่สี่หรือมือที่เท่าไร ในปัจจุบันแทบจะเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนบางคนหรือหลายคนไปแล้ว แม้บางคนจะเอ่ยอ้างว่าไม่แคร์ แต่ส่วนใหญ่เชื่อว่าคงมีความไม่สบายใจซ่อนอยู่ โดยเฉพาะผู้ที่ตกอยู่ในสภาวะดังกล่าว สำหรับคนดังหรือมีชื่อเสียงคงไม่ใช่เรื่องที่ดีของชีวิตและสุขภาพจิตเท่าไรนัก หรือแม้กระทั่งคนที่เป็นมือที่หนึ่งเอง นอกจากจะต้องเสียใจแล้วยังอับอายขายหน้า ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุ
ต้นเหตุของคนที่ชอบ(และ)เป็นมือที่สาม
ต้นเหตุของคนที่ชอบมือที่สาม หรืออยากมีเมียน้อย คงไม่พ้น “คุณผู้ชาย” เป็นส่วนใหญ่ พบว่ามีผู้ชายหลายคนที่ใจจริงไม่อยากสร้างความลำบากให้กับครอบครัว ไม่อยากนอกใจ แต่ไม่สามารถหักห้ามใจตนเองได้ ในที่สุดต้องปล่อยให้เรื่องบานปลาย มาดูกันว่ามีสาเหตุใดบ้าง
-หลงง่าย ใจเร็ว สะท้อนให้เห็นว่าเป็นคนไม่มีจุดยืนของตนเอง ขาดการควบคุมตนเองที่ดี มักจะเกิดมาในครอบครัวที่สอนหรือไม่เคยสอนให้รู้จักการมีวินัย การควบคุมกิเลสตัณหา พอเจออะไรที่เป็นความสวยงามน่าลุ่มหลงหรืออะไรที่ถูกใจ ก็อดไม่ได้ที่จะไม่เข้าไปเสพสิ่งเหล่านั้น ทำซ้ำๆ บ่อยๆ จนเกิดเป็นความเคยชิน (ยกเว้นพวกที่ขาดคุณธรรม จริยธรรม พวกนี้จะเฉยๆ ไม่รู้สึกสงสารใคร หรือรู้สึกผิดใดๆ)
- พวกที่มีปัญหาในชีวิตสมรสหรือชีวิตคู่ (คือจะว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคงไม่ถูกต้องนัก) เรื่องราวบางอย่างฝ่ายตรงข้ามก็เป็นคนสร้างหรือบีบบังคับให้อีกฝ่ายต้องนอกใจ เช่น ภรรยาหรือแฟนมีนิสัยที่น่ารำคาญ อยู่ด้วยแล้วไม่สบายใจหรือหมดความสุข มีปัญหากับครอบครัวของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่เรื้อรังมายาวนานจนเกิดความเบื่อหน่าย
- มีมือที่สามเข้ามาในชีวิต อาจได้รับผลประโยชน์อะไรบางอย่าง เช่น มีครอบครัวอยู่แล้ว แต่ดันไปติดใจหรือต้องติดใจอีกฝ่ายหนึ่งเพื่อผลประโยชน์ทางการเงิน
-คนที่มีปัญหาในความภาคภูมิใจของตนเอง (low self esteem) ข้อนี้น่าสนใจไม่น้อย คือเป็นการที่ได้มีมือที่สาม มือที่สี่ หรือจะมีกี่คนก็ได้ เพื่อพิสูจน์ว่าตนเองมีเสน่ห์ เป็นที่ต้องการของใครอีกหลายคน เรียกได้ว่ามีชีวิตนอกรีตนอกรอย เพียงเพื่อได้รับการยอมรับจากคนที่เข้ามาพัวพันในชีวิต ก็พอใจแล้ว ซึ่งไม่ต่างจากคนที่ชอบทำตัวเด่นให้คนสนใจ เสมือนว่ามีความมั่นใจ หลงระเริงอยู่กับอำนาจ มองเห็นว่าการมีมือที่สาม มือที่สี่ เป็นการสร้างบารมี อวดศักดาของตนเอง
ส่วนคนที่ชอบเป็นมือที่สามของครอบครัวคนอื่นนั้นเรามักจะพบเห็นในฝ่ายที่เป็น “ผู้หญิง” เสียส่วนใหญ่ ก็มีสาเหตุที่คล้ายๆ กันดังนี้
-ต้องการ ได้รับความรักจากผู้อื่น มีพัฒนาการของชีวิตจิตใจที่ยอมเอาตัวเองเข้าแลกเพราะตัดใจจากเขาไม่ได้ ขาดความภาคภูมิใจในตัวเองเช่นกัน มีพื้นฐานการขาดความรักจากครอบครัว ชีวิตจึงรู้สึกว่างเปล่า พอมีใครผ่านเข้ามาในชีวิตก็รีบไขว่คว้าไว้ แม้อาจจะรู้สึกผิดบ้าง แต่ก็ยอม ไม่ต่างจากคนที่ชอบแข่งขันกับคนอื่น มองว่าการได้แข่งกับมือที่หนึ่งเช่นเมียหลวงเป็นสิ่งท้าทาย ดังนั้นคนพวกนี้มักไม่ชอบที่มองคนโสดแต่มักจะเลือกคนที่มีครอบครัวแล้ว เพราะการได้เอาชนะใครบางคนเป็นการลบล้างปมในใจของตนเอง
-การไม่รู้เท่าทันคน ถูกหลอก คิดว่าเขาเป็นโสด บางคนการศึกษาดี ฉลาดเรียนแต่ไม่ฉลาดในการดำรงชีวิต ก็ไม่ช่วยให้การคิดการตัดสินใจดีขึ้นหรือรู้เท่าทันกลลวงได้ ในที่สุดก็ต้องตกกระไดพลอยโจนยอมเป็นมือที่สามของคนอื่นเพราะคิดว่าคงไม่สามารถตัดใจจากเขาได้
![]() |
| มือที่สาม |
ผลกระทบของการชอบ(และ)เป็นมือที่สาม
-มีความสุขเพียงชั่วครั้งชั่วคราวแต่มักจะตามมาด้วยปัญหาครอบครัว ผลกระทบที่มีต่อคู่สมรส และคนในครอบครัว (โดยเฉพาะลูก) คู่สมรสมักมีปัญหาสุขภาพจิตตามมาอาจจะถึงขั้นรุนแรงจนจบชีวิต ลูกเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กที่มีปมด้อย กลายเป็นเด็กมีปัญหาในสังคม
-ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ แม้บางคนมีความสามารถในการแบ่งปันให้มือที่สาม เพราะมีทรัพย์สมบัติมากมาย แต่ว่าส่วนใหญ่นั้นมักจะมีปัญหาเรื่องเงินตามมา เช่น การแย่งชิงกัน การอิจฉาริษยากันเพราะต้องแบ่งไปให้อีกคนหนึ่ง หรืออาจจะไม่รับผิดชอบอีกหลายคน ครอบครัวจึงเต็มไปด้วยไฟแห่งกิเลสตัณหาไม่จบสิ้น
-เสื่อมเสียชื่อเสียง เนื่องจากสังคมไทยแม้จะซึมซับเรื่องแบบนี้มากขึ้น แต่ว่าโดยส่วนใหญ่แล้วไม่เป็นที่ยอมรับ ดังนั้นสิ่งที่ตามมาจะกระทบทั้งผู้ที่ชอบ/ผู้ที่เป็นมือที่สาม ซึ่งตัวอย่างมีให้เห็นมากมายตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือหน้าจอทีวี สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือผลกระทบต่อจิตใจของลูกๆ ที่จะต้องได้รับรู้เรื่องราวเหล่านี้ผ่านทางสื่อไปอีกนานแสนนาน (ในกรณีที่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคมแล้วเกิดการนำมาแฉกันไปแฉกันมา)
-ลึกๆ แล้วคงรู้สึกชีวิตตนเองด้อยคุณค่า ไม่สามารถที่จะทำสิ่งที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม หรือไม่สามารถเชิดหน้าชูตาอยู่ในสังคมได้อย่างเปิดเผยหรือมีความสุขมากเท่าไรนัก (ยกเว้นพวกที่ไม่แคร์เพราะขาดจริยธรรม)
-จิตใจไม่สงบสุข เพราะของที่ได้มาอย่างไม่ถูกต้องนั้นก็คงจากไปอย่างไม่ถูกต้องเช่นเดียวกันตามกาลเวลาและตามกฎแห่งกรรม แม้วันนี้จะดูหน้าชื่น แต่ก็อกตรมหรืออยู่ด้วยความหวาดระแวง


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น